แทงบอลออนไลน์ ภาณุพงศ์ ผิวอ่อน “ผมอาจเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกว่าพ่อไม่ได้ แต่ผมอยากเป็นโค้ชที่เก่งกว่าพ่อ”

แทงบอลออนไลน์

อีกหนึ่งทายาทลูกหนังของตำนานกองหน้าทีมชาติไทย กำลังมุ่งมั่นในเส้นทางของตัวเอง โดยมีเป้าหมายที่การก้าวข้ามผู้เป็นพ่อในมิติของการเป็นกุนซือ

แทงบอลออนไลน์ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งตลอดกาลของทีมชาติไทยอย่าง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

โดยให้หลังจากนั้นก็มีลูกชายอีกคนหนึ่งที่โด่งขึ้นมาอย่าง “แตงโม” พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน ที่เคยมีดีกรีเป็นนักฟุตบอลทีมชาติระดับเยาวชน แต่ใครเล่าจะรู้ว่า นอกจากแตงโมแล้วยังมี เต้ย ภาณุพงษ์ ผิวอ่อน พี่ชายคนโต ที่กำลังฟูมฟักวิชาการเป็นยอดโค้ช หลังปัจจุบัน ได้เข้าร่วมอบรมโค้ชหลักสูตร เอ ไลเซนส์ ของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี

โดยที่ผ่านมาเจ้าตัวมีดีกรีเป็นถึงอดีตนักฟุตบอลในระดับดิวิชั่น 1 ในประเทศนิวซีแลนด์ ก่อนที่ล่าสุดจะผันตัวมาเป็นผู้ฝึกสอนของทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี

“สมัยผมเป็นนักฟุตบอล ผมยอมรับนะว่าผมไม่ใช่นักฟุตบอลที่เก่งกาจ ส่วนมากก็จะเป็นพวกตัวสำรองของทีมในระดับไทยลีก” ภาณุพงษ์ กล่าวเริ่มกับโกล ประเทศไทย

“ผมเองก็เคยเล่นฟุตบอลที่ต่างประเทศมาเหมือนกันสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ ทีมที่เล่นก็อยู่ในระดับดิวิชั่น 1 ครับ ก็เล่นได้ประมาณ 1-2 ปี แล้วก็เลิกเล่นหลังจากที่กลับมาอยู่ที่ประเทศไทย เพราะเข้าไปรับราชการทหารบก”

“แต่ด้วยความที่เราเป็นนักฟุตบอล ผมก็ชอบฟุตบอลอยู่แล้วก็เลยตัดสินใจมาเรียนโค้ชซี ไลเซนส์ เริ่มตั้งแต่อายุ 27 ปี และก็ไต่มาเรียนบี ไลเซนส์ตอนอายุประมาณ 31 ปี แต่ช่วยที่เรียนบี ไลเซนส์ เป้าหมายผมชัดมากเลยนะ”

“เป้าหมายของผม ผมคิดว่า ถึงผมจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลที่เก่งเหมือนพ่อ ซึ่งมันห่างไกลมาก ก็เลยมองหาว่าจะทำยังไงว่าจะเก่งกว่าคุณพ่อ คุณพ่อผมก็เคยเป็นโค้ชฟุตบอล ทำทีมฟุตบอลได้แชมป์ไทยลีกซึ่งก็ถือว่าสูงเหมือนกัน แต่ผมมองว่าอย่างน้อยผมก็สามารถเป็นโค้ชฟุตบอลที่เก่งกว่าคุณพ่อ พยายามปั้นนักฟุตบอลไทยที่ดีขึ้นมาให้ไปโลดแล่นในระดับเอเชียได้ เพราะว่าผมได้เดินทางไปดูงานหลายประเทศ”

“ผมมีความรู้ใหม่ๆเข้ามาแลกเปลี่ยนทัศนคติ ล่าสุดก็ได้ไปเลสเตอร์ก็อยู่กับเขาประมาณ 15 วัน เราก็เห็นสิ่งต่างว่าฟุตบอลต่างประเทศทำยังไง เราก็รู้ว่าสมาคมฯเปิดคอร์สเอไลเซนส์ เราก็เลยตัดสินใจมาเรียน ในฐานะตัวแทนจากมูลนิธิ มิราเคิล ออฟ ไลฟ์ ที่ทำทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 12 ปี มาเรียน”

“ผมมุ่งมั่นว่าอันดับแรก ผมอยากพัฒนาเยาวชนไทยให้ถูกต้อง มันสำคัญเหมือนเราเป็นคุณครู ถ้าจะสอนให้เด็กท่องตัว ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก ก็ต้องสอนให้เหมือนกันทั้งประเทศ ผมก็พยายามนำความรู้ตรงนี้ไปถ่ายทอดในแต่ละจังหวัด”

“เป้าหมายของผมคือการก้าวไปเป็นโค้ชในระดับสูงที่สุดเพื่อนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาเยาวชนไทย ถ้ามีโอกาสก็อยากทำฟุตบอลทีมชาติไทย”

“ในอนาคตผมอาจจะโยกไปทำทีมฟุตบอลในไทยลีก เพราะเราเรียนมาถึงระดับนี้แล้ว ก็หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ทำ แต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้ เพราะว่าถ้าเรียนจบแล้วไปเป็นเฮดโค้ชเลยคงไม่ใช่ คนที่จะก้าวขึ้นเป็นเฮดโค้ชได้ต้องมีประสบการณ์ ร่วมงานกับโค้ชเก่งมามากมายก่อน อย่างผมอาจจะได้เป็นผู้ช่วยของคุณพ่อมา แต่อนาคตหลังจากนี้ผมก็มองว่าผมยังต้องเรียนรู้จากอีกหลายคน อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 5-10 ปี เพื่อสั่งสมประสบการณ์และนำมาพัฒนาตัวเองในวันข้างหน้า”

“เรื่องฟุตบอลผมคุยกับคุณพ่อตลอด เวลาอยู่ที่บ้านแล้วดูฟุตบอลด้วยกัน เราก็วิเคราะห์กันเล่นๆมาตลอด ซึ่งเมื่อผมเลือกทางเดินนี้ คุณพ่อก็สนับสนุนเต็มที่ ช่วยเหลือทุกอย่างโดยเฉพาะการให้คำแนะนำดีๆ”